สิงหาคม 12, 2025

คู่มือทางกฎหมาย: การโอนหุ้นของบริษัทจำกัดในประเทศไทย

คู่มือทางกฎหมาย: การโอนหุ้นของบริษัทจำกัดในประเทศไทย

บทนำ

การโอนหุ้นเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการลงทุน ซึ่งช่วยให้สามารถโอนสิทธิความเป็นเจ้าของภายในบริษัทจำกัดได้ ในประเทศไทย การโอนหุ้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (Civil and Commercial Code: CCC) และข้อบังคับของบริษัท (Articles of Association) บทความนี้จะอธิบายหลักกฎหมาย ขั้นตอน พิธีการทางกฎหมาย และข้อควรพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการโอนหุ้นในประเทศไทย :contentReference[oaicite:0]{index=0}

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ครอบคลุมการโอนหุ้นของบริษัทมหาชนจำกัด หรือหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

I. ประเภทของใบหุ้น

ใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ (Bearer Share Certificate): ใบหุ้นประเภทนี้สามารถออกได้เมื่อข้อบังคับของบริษัทอนุญาต และต้องเป็นหุ้นที่ชำระค่าหุ้นครบถ้วนแล้วเท่านั้น การโอนหุ้นทำได้โดยผู้โอนส่งมอบใบหุ้นให้แก่ผู้รับโอน ผู้ถือใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือมีสิทธิขอให้บริษัทเปลี่ยนเป็นใบหุ้นชนิดระบุชื่อได้

ใบหุ้นชนิดระบุชื่อ (Registered Share Certificate): หุ้นประเภทนี้สามารถโอนได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัท เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น (เช่น ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท) การโอนหุ้นประเภทนี้ต้องทำเป็นหนังสือ ระบุจำนวนหุ้น และลงลายมือชื่อโดยทั้งผู้โอนและผู้รับโอน พร้อมพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรอง มิฉะนั้นการโอนหุ้นจะตกเป็นโมฆะ ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมในหัวข้อ III

II. ประเภทของข้อจำกัดในการโอนหุ้น

ข้อจำกัดในการโอนหุ้นที่พบบ่อยในข้อบังคับของบริษัท ได้แก่

  • สิทธิซื้อก่อน (Pre-emptive Rights หรือ Right of First Refusal): ผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิเป็นลำดับแรกในการซื้อหุ้นที่ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งประสงค์จะขาย ก่อนที่จะเสนอขายให้แก่บุคคลภายนอก (ที่ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น) สิทธินี้ช่วยให้ผู้ถือหุ้นเดิมไม่จำเป็นต้องรับผู้ร่วมลงทุนรายใหม่เข้ามาในบริษัท โดยทั่วไป ผู้ถือหุ้นผู้ขายต้องแจ้งบริษัทและผู้ถือหุ้นรายอื่นถึงความประสงค์ในการขาย พร้อมระบุราคาและเงื่อนไขการขาย ผู้ถือหุ้นเดิมจะมีระยะเวลาตามที่กำหนดในการใช้สิทธิดังกล่าว หากไม่ใช้สิทธิ หุ้นจึงจะสามารถขายให้แก่บุคคลภายนอกได้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน (หรือเงื่อนไขอื่นตามที่ข้อบังคับบริษัทกำหนด)
  • ข้อกำหนดให้คณะกรรมการอนุมัติ: ข้อบังคับของบริษัทบางแห่งกำหนดให้การโอนหุ้นทุกกรณีต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท อำนาจในการพิจารณาอนุมัติหรือปฏิเสธอาจมีขอบเขตจำกัดหรือกว้างขวาง ขึ้นอยู่กับถ้อยคำในข้อบังคับ ดังนั้นทั้งผู้ขายและผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อบังคับอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการและเหตุผลที่อาจใช้ปฏิเสธการโอนหุ้น
  • ข้อจำกัดตามคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น: ในบางอุตสาหกรรมที่มีข้อจำกัดด้านการถือครองโดยชาวต่างชาติ เช่น การถือครองที่ดิน โทรคมนาคม หรือการขนส่ง ข้อบังคับบริษัทอาจจำกัดการโอนหุ้นให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลต่างชาติ
  • ข้อกำหนดให้ได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้นรายอื่น: ข้อบังคับอาจกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้นรายอื่นทั้งหมดหรือในสัดส่วนที่กำหนดก่อนจึงจะสามารถโอนหุ้นได้ รูปแบบนี้มักพบในธุรกิจครอบครัว ซึ่งสมาชิกในครอบครัวอาจไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจ

III. ขั้นตอนการโอนหุ้น

โดยทั่วไป การโอนหุ้นในประเทศไทยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบข้อบังคับบริษัท
    ขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบข้อบังคับของบริษัทอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ามีข้อจำกัดในการโอนหุ้นตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อ II หรือไม่ เช่น สิทธิซื้อก่อน การอนุมัติจากคณะกรรมการ หรือข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง
  2. ตรวจสอบจำนวนเงินค่าหุ้นที่ชำระแล้ว
    ผู้ซื้อหุ้นควรตรวจสอบว่าหุ้นดังกล่าวได้รับการชำระค่าหุ้นครบถ้วนหรือยัง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้มีการชำระค่าหุ้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น เช่น หุ้นมูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) 100 บาท ต้องมีการชำระอย่างน้อย 25 บาท ผู้ซื้อควรตรวจสอบจำนวนเงินที่ชำระแล้ว เพื่อประเมินว่าตนมีภาระต้องชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือให้แก่บริษัทหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าใด
  3. จัดทำสัญญาโอนหุ้น (Share Transfer Agreement: STA)
    สัญญาโอนหุ้นที่ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การโอนหุ้นที่ไม่มีสัญญาโอนหุ้นถือเป็นโมฆะ สัญญาควรระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้

    • รายละเอียดของหุ้น: ระบุประเภทและจำนวนหุ้นที่โอนอย่างชัดเจน
    • ราคาซื้อขายและเงื่อนไขการชำระเงิน: ระบุราคาต่อหุ้น วิธีการชำระเงิน และกำหนดเวลาชำระเงิน
    • พยาน: ต้องมีพยานอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อรับรองว่าผู้ขายและผู้ซื้อได้ลงลายมือชื่อในสัญญาต่อหน้าพยาน แนะนำให้ใช้บุคคลที่สามารถไปเบิกความต่อศาลได้ หากมีการโต้แย้งความถูกต้องของสัญญาในอนาคต
    • วันโอนหุ้น (Closing Date): กำหนดวันที่การโอนหุ้นจะมีผลสมบูรณ์
  4. ปฏิบัติตามข้อจำกัดที่กำหนดไว้
    หากข้อบังคับบริษัทกำหนดข้อจำกัดในการโอนหุ้น จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วน เช่น

    • เสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน: แจ้งบริษัทและผู้ถือหุ้นเดิมเกี่ยวกับการโอนหุ้นที่เสนอ พร้อมเปิดโอกาสให้ซื้อหุ้นภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
    • ขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท: ยื่นคำขออนุมัติพร้อมเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อคณะกรรมการบริษัท
  5. ลงนามในสัญญาโอนหุ้น
    เมื่อปฏิบัติตามข้อจำกัดทั้งหมดแล้ว คู่สัญญาจึงลงนามในสัญญาโอนหุ้น ซึ่งโดยทั่วไปจะระบุชื่อและที่อยู่ของผู้โอนและผู้รับโอน จำนวนหุ้นที่โอน และวันที่โอนหุ้น
  6. ส่งมอบใบหุ้น
    ผู้โอนส่งมอบใบหุ้นให้แก่ผู้รับโอน
  7. จดทะเบียนการโอนหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท
    บริษัทต้องบันทึกการโอนหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น โดยดำเนินการดังนี้

    • ยื่นสัญญาโอนหุ้น ใบหุ้น และเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ (เช่น บัตรประจำตัวประชาชนของคู่สัญญา) ต่อบริษัท
    • บริษัทบันทึกการโอนหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ยกเลิกใบหุ้นเดิม และออกใบหุ้นฉบับใหม่ให้แก่ผู้รับโอน
  8. แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
    แม้ว่าบริษัทจำกัดจะมีหน้าที่ส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพียงปีละครั้งพร้อมงบการเงิน แต่ในทางปฏิบัติอาจพิจารณายื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับปรับปรุง เพื่อให้ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของภาครัฐ

IV. ประเด็นด้านการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence)

การโอนหุ้นอาจถือเป็นการเข้าซื้อกิจการ เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหม่อาจมีอำนาจควบคุมบริษัทได้ ในกรณีการซื้อหุ้นมูลค่าสูง แนะนำให้ดำเนินการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายและธุรกิจเพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยควรครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

  • ความถูกต้องของหุ้น: ตรวจสอบว่าหุ้นที่โอนออกโดยชอบด้วยกฎหมายและมีการชำระค่าหุ้นครบถ้วน รวมถึงตรวจสอบโครงสร้างทุนและสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท
  • ภาระผูกพันหรือภาระติดพัน: ตรวจสอบว่าหุ้นดังกล่าวอยู่ภายใต้การจำนำ สิทธิยึดหน่วง หรือภาระอื่นใดหรือไม่ โดยอาจตรวจสอบจากเอกสารของบริษัทและข้อมูลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: ตรวจสอบว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น กฎหมายบริษัท ภาษี และข้อจำกัดการถือหุ้นโดยชาวต่างชาติ
  • ฐานะทางการเงินของบริษัท: ประเมินสถานะทางการเงินของบริษัทเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทนจากการเข้าซื้อหุ้น โดยอาจตรวจสอบจากงบการเงินของบริษัท
  • สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น: ตรวจสอบข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) หรือสัญญาร่วมทุน (Joint Venture Agreement) ที่อาจส่งผลต่อการโอนหุ้น

V. ผลกระทบทางภาษี

การโอนหุ้นในประเทศไทยมีผลทางภาษีต่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่

  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax: CIT): ผู้โอนอาจต้องเสียภาษีจากกำไรที่ได้รับจากการขายหุ้น โดยอัตราภาษีขึ้นอยู่กับสถานะทางภาษีของผู้โอน (บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) และประเทศที่มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ผู้รับโอนอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากราคาซื้อขายหุ้นและนำส่งกรมสรรพากร
  • อากรแสตมป์: ต้องติดอากรแสตมป์ในอัตรา 0.1% ของมูลค่าธุรกรรมในสัญญาโอนหุ้น ในกรณีที่ธุรกรรมมีมูลค่าสูง แนะนำให้ชำระอากรแสตมป์ ณ สำนักงานสรรพากร เพื่อรับใบเสร็จรับเงินแทนการติดอากรแสตมป์จำนวนมากบนเอกสาร
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: บุคคลที่ได้รับกำไรจากการโอนหุ้นต้องนำกำไรดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎหมาย

VI. ข้อพิจารณาพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

นักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อหุ้นในบริษัทไทยควรพิจารณาประเด็นเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

  • พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business Act: FBA): กฎหมายดังกล่าวกำหนดข้อจำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติในบางประเภทธุรกิจ จึงต้องตรวจสอบว่าบริษัทดำเนินธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดหรือไม่ และนักลงทุนต่างชาติสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายได้หรือไม่ เช่น ไม่ควรเข้าซื้อหุ้นจนทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของชาวต่างชาติเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อจำกัดด้านการถือครองที่ดิน: โดยทั่วไป ชาวต่างชาติไม่สามารถถือครองที่ดินในประเทศไทยได้ หากบริษัทเป็นเจ้าของที่ดิน การโอนหุ้นอาจต้องจัดโครงสร้างธุรกรรมอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย
  • สิทธิประโยชน์ตามสนธิสัญญา: นักลงทุนสัญชาติสหรัฐอเมริกาอาจขอรับสิทธิประโยชน์ภายใต้สนธิสัญญาไมตรีไทย-สหรัฐฯ (Thai-US Treaty of Amity) ซึ่งอนุญาตให้บุคคลสัญชาติสหรัฐฯ ถือหุ้นได้ถึง 100% ในบริษัทจำกัดบางประเภท

 

บริการของเรา

บทความอื่นๆ

RELATED INSIGHTS

Scroll to Top
LEGAL CONCEPT

If you’d like to contact us by email, please fill out the form below and we’ll get back to you within 24 hours.