ตุลาคม 20, 2026

การโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ในประเทศไทย

การโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer: EBT) ในประเทศไทย

ขั้นตอนทางกฎหมาย สิทธิประโยชน์ทางภาษี และข้อควรระวังที่สำคัญ

คู่มือทำความเข้าใจการปรับโครงสร้างธุรกิจและการซื้อกิจการในประเทศไทย เพื่อช่วยวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ

1. การโอนกิจการทั้งหมด (EBT) คืออะไร?

การโอนกิจการทั้งหมด หรือ Entire Business Transfer (EBT) คือ การที่บริษัทหนึ่งโอนธุรกิจทั้งหมดของตนไปให้บริษัทอีกแห่งหนึ่ง โดยครอบคลุมทั้งทรัพย์สิน สิทธิทางธุรกิจ หนี้สิน และภาระผูกพันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ

ในประเทศไทย การโอนกิจการทั้งหมดมักใช้ในการซื้อกิจการ การรวมธุรกิจในเครือ การปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท หรือการจัดโครงสร้างการลงทุนใหม่

ข้อดีสำคัญของ EBT คือ อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายประเภท หากดำเนินการถูกต้องและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม EBT ไม่ใช่เพียงการขายทรัพย์สินของบริษัทตามปกติ เพราะมีขั้นตอนทางกฎหมายและภาษีที่ซับซ้อนกว่า โดยเฉพาะเงื่อนไขที่บริษัทผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด

2. EBT ทำงานอย่างไร?

การโอนกิจการทั้งหมดเกี่ยวข้องกับบริษัทหลัก 2 ฝ่าย ได้แก่

  • บริษัทผู้โอนกิจการ (Transferor Company) คือ บริษัทที่โอนธุรกิจทั้งหมดของตนไปให้บริษัทอื่น
  • บริษัทผู้รับโอนกิจการ (Transferee Company) คือ บริษัทที่รับโอนธุรกิจและดำเนินกิจการนั้นต่อไป

สิ่งที่โอนอาจรวมถึงทรัพย์สินที่ใช้ประกอบธุรกิจ สัญญาทางการค้า สิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้ ตลอดจนหนี้สินและภาระผูกพันที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างการโอนกิจการทั้งหมด

บริษัท A ต้องการโอนธุรกิจโรงงานทั้งหมดให้บริษัท B โดยโอนทั้งเครื่องจักร สินค้าคงคลัง สัญญาทางธุรกิจ และหนี้สินที่เกี่ยวข้อง

หลังจากโอนกิจการ บริษัท B จะดำเนินธุรกิจที่รับโอนต่อไป ส่วนบริษัท A จะเข้าสู่กระบวนการเลิกบริษัทและชำระบัญชีตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ข้อควรเข้าใจ: EBT ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สิน สัญญา ใบอนุญาต หรือหนี้สินทุกอย่างโอนไปยังบริษัทใหม่โดยอัตโนมัติ บางรายการยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขอความยินยอมจากคู่สัญญา ทำสัญญาใหม่ หรือขอใบอนุญาตใหม่

นอกจากนี้ EBT ยังแตกต่างจากการซื้อหุ้น เพราะการซื้อหุ้นเป็นการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นของบริษัท ขณะที่ EBT เป็นการโอนตัวธุรกิจไปยังอีกบริษัทหนึ่งโดยตรง

3. ข้อกำหนดทางกฎหมายในการโอนกิจการ

การทำ EBT ในประเทศไทยต้องพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีเรื่องสำคัญดังนี้

3.1 การอนุมัติจากบริษัท

ทั้งบริษัทผู้โอนและบริษัทผู้รับโอนต้องตรวจสอบว่า การทำธุรกรรมดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือไม่

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกรรม ข้อบังคับของบริษัท และกฎหมายที่ใช้บังคับ

ในทางปฏิบัติ ควรมีมติที่ชัดเจนเพื่ออนุมัติการโอนกิจการ เงื่อนไขสำคัญของธุรกรรม และการลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้อง

3.2 การจัดทำสัญญาโอนกิจการทั้งหมด

บริษัททั้งสองฝ่ายควรจัดทำสัญญา Entire Business Transfer Agreement เพื่อกำหนดรายละเอียดและความรับผิดชอบให้ชัดเจน

เนื้อหาสำคัญของสัญญาควรครอบคลุมทรัพย์สินและหนี้สินที่โอน ค่าตอบแทน ขั้นตอนส่งมอบกิจการ คำรับรองและการรับประกัน การชดใช้ความเสียหาย ภาระภาษี รวมถึงการขอความยินยอมจากบุคคลภายนอก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องระบุว่า หนี้สินที่เกิดขึ้นก่อนและหลังวันโอนกิจการ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ

3.3 การเลิกบริษัทผู้โอนกิจการ

ประเด็นสำคัญสำหรับสิทธิประโยชน์ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ บริษัทผู้โอนต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันกับที่มีการโอนกิจการ

แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องดำเนินการชำระบัญชีจนเสร็จสิ้นภายในรอบบัญชีนั้น

บริษัทผู้โอนยังต้องดำเนินการตามกฎหมาย เช่น คุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้ ชำระหนี้คงค้าง และยื่นเอกสารต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากจดทะเบียนเลิกบริษัทไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่วางแผนไว้

4. สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการโอนกิจการทั้งหมด

เรื่องภาษีเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หลายบริษัทเลือกใช้ EBT แทนการซื้อทรัพย์สินทั่วไป เพราะธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขอาจได้รับสิทธิประโยชน์หลายประเภท

4.1 ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate Income Tax: CIT)

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 74(1)(ค) การโอนกิจการทั้งหมดที่เข้าเงื่อนไขอาจได้รับสิทธิประโยชน์ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

กล่าวคือ หากบริษัทผู้โอนจดทะเบียนเลิกบริษัทและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีอย่างถูกต้องภายในรอบบัญชีที่โอนกิจการ กำไรหรือขาดทุนที่เกิดจากการตีราคาทรัพย์สินที่โอนตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยทั่วไปจะไม่นำมารวมคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิทางภาษีของบริษัทผู้โอน

อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่

  • บริษัทผู้รับโอนโดยทั่วไปต้องใช้มูลค่าทางภาษีเดิมของทรัพย์สิน ไม่ใช่ปรับเป็นราคาตลาดใหม่
  • ไม่สามารถคิดค่าเสื่อมราคาเพิ่มเพียงเพราะทรัพย์สินมีราคาตลาดหรือราคาซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทางภาษีเดิม
  • ผลขาดทุนทางภาษีสะสมของบริษัทผู้โอน โดยทั่วไปไม่สามารถนำไปใช้หักกำไรทางภาษีในอนาคตของบริษัทผู้รับโอนได้

ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลภาษีและการวางโครงสร้างธุรกรรมล่วงหน้าจึงมีความสำคัญมาก

4.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT)

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1(8)(ฉ) การโอนกิจการทั้งหมดที่เป็นไปตามเงื่อนไข อาจไม่ถือเป็นการขายตามความหมายของกฎหมาย VAT

จึงอาจไม่ต้องเรียกเก็บ VAT อัตราปกติ 7% จากการโอนกิจการนั้น

แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน รวมถึงการจดทะเบียน VAT และการยุติการประกอบกิจการตามข้อกำหนด

หากธุรกรรมไม่เข้าเงื่อนไข EBT สำหรับ VAT การโอนสินค้าและทรัพย์สินบางประเภทอาจต้องเสีย VAT ตามกฎหมายทั่วไป

4.3 ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax: SBT)

หากกิจการที่โอนมีที่ดินหรืออาคารรวมอยู่ด้วย ต้องพิจารณาภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นพิเศษ

ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 10 การโอนอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ EBT และเข้าเงื่อนไขอาจได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ

สิทธิประโยชน์นี้มีความสำคัญ เพราะการโอนอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ตามปกติอาจมีภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรารวมโดยทั่วไป 3.3%

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกธุรกรรมที่เรียกว่า EBT จะได้รับการยกเว้นภาษีนี้โดยอัตโนมัติ

4.4 อากรแสตมป์ (Stamp Duty)

เอกสารหรือสัญญาบางประเภทที่จัดทำขึ้นเพื่อการโอนกิจการทั้งหมด อาจได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แต่ต้องพิจารณาเอกสารแต่ละประเภทแยกกัน โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ สัญญาเช่า หรือสิทธิที่ต้องจดทะเบียนเป็นการเฉพาะ

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: การได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีประเภทหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นภาษีทุกประเภท เพราะแต่ละภาษีมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

5. ข้อควรระวังทางกฎหมาย

ก่อนตัดสินใจทำ EBT บริษัทควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้อย่างรอบคอบ

5.1 การโอนสัญญาและหนี้สิน

แม้บริษัทผู้รับโอนจะตกลงรับภาระหนี้สินทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทผู้โอนจะหลุดพ้นจากความรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้หรือคู่สัญญาโดยอัตโนมัติ

สัญญาบางฉบับอาจห้ามโอนสิทธิ หรือกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมก่อน

จึงควรตรวจสอบสัญญาทั้งหมด และขอความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อนโอนกิจการ

5.2 สิทธิของพนักงานและการจ้างงาน

หากการโอนกิจการทำให้มีการเปลี่ยนนายจ้าง ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 13 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

การโอนพนักงานไปยังบริษัทผู้รับโอนต้องได้รับความยินยอมจากพนักงาน และบริษัทผู้รับโอนต้องรักษาสิทธิที่พนักงานมีอยู่เดิม เช่น สภาพการจ้าง สิทธิประโยชน์สะสม และอายุงานต่อเนื่อง

หากพนักงานไม่ยินยอมและมีการเลิกจ้าง บริษัทต้องพิจารณาและจ่ายค่าชดเชย รวมถึงสิทธิอื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.3 ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

ใบอนุญาตบางประเภทออกให้เฉพาะนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาต จึงไม่สามารถโอนให้บริษัทใหม่ได้โดยอัตโนมัติ

บริษัทผู้รับโอนอาจต้องขอใบอนุญาตใหม่หรือขออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กิจการโรงงาน ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของ อย. กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หรือธุรกิจที่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ

5.4 ข้อจำกัดเรื่องการถือหุ้นของชาวต่างชาติ

หากบริษัทผู้รับโอนมีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ ต้องตรวจสอบว่าโครงสร้างการถือหุ้นและการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และข้อจำกัดเฉพาะของธุรกิจนั้นหรือไม่

การทำ EBT ไม่ได้ทำให้บริษัทต่างชาติได้รับยกเว้นข้อจำกัดหรือข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาตประกอบธุรกิจโดยอัตโนมัติ

6. ขั้นตอนดำเนินการโอนกิจการทั้งหมด

โดยทั่วไป กระบวนการ EBT สามารถแบ่งออกเป็น 7 ขั้นตอนหลัก

  1. ตรวจสอบข้อมูลกฎหมายและภาษี (Due Diligence)

    ตรวจสอบทรัพย์สิน หนี้สิน สัญญา พนักงาน ใบอนุญาต และความเสี่ยงทางภาษีของบริษัทผู้โอน

  2. วางโครงสร้างธุรกรรม

    กำหนดค่าตอบแทน วิธีชำระเงินหรือแหล่งเงินทุน ผลกระทบทางภาษี และการอนุมัติที่ต้องได้รับ

  3. จัดเตรียมเอกสาร

    จัดทำสัญญาโอนกิจการทั้งหมด บัญชีรายการทรัพย์สิน มติบริษัท และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

  4. ขออนุมัติและความยินยอม

    ดำเนินการขออนุมัติจากบริษัท หน่วยงานภาครัฐ และบุคคลภายนอก รวมถึงใบอนุญาตที่จำเป็น

  5. ดำเนินการโอนและส่งมอบกิจการ

    ลงนามในเอกสาร จดทะเบียนโอนทรัพย์สินหรือสิทธิที่เกี่ยวข้อง และส่งมอบการดำเนินธุรกิจตามข้อตกลง

  6. จดทะเบียนเลิกบริษัทและเริ่มชำระบัญชี

    บริษัทผู้โอนต้องดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทและเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีภายในรอบบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษี

  7. ดำเนินการด้านภาษี

    แจ้งข้อมูลต่อกรมสรรพากร ยื่นแบบภาษี และจัดเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด

การกำหนดระยะเวลาดำเนินงานเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีขึ้นอยู่กับวันที่โอนกิจการและวันที่จดทะเบียนเลิกบริษัท

7. เปรียบเทียบ EBT กับการซื้อหุ้นและการซื้อทรัพย์สิน

การโอนกิจการทั้งหมดไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมกับทุกธุรกิจ บริษัทควรเปรียบเทียบกับวิธีซื้อกิจการรูปแบบอื่นก่อนตัดสินใจ

รูปแบบ ข้อดี สิ่งที่ต้องระวัง
โอนกิจการทั้งหมด (EBT) อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และช่วยรวมกิจการเข้ากับบริษัทอื่น บริษัทผู้โอนต้องเลิกบริษัทตามเงื่อนไขภาษี และมีขั้นตอนด้านสัญญา กฎหมาย และใบอนุญาต
ซื้อหุ้น (Share Acquisition) บริษัทเดิมยังคงเป็นนิติบุคคลเดิม ทำให้การดำเนินธุรกิจต่อเนื่องได้ง่ายกว่า ผู้ซื้อเข้ามาถือหุ้นในบริษัทที่มีหนี้สินและความเสี่ยงในอดีตอยู่ด้วย
ซื้อทรัพย์สิน (Asset Acquisition) ผู้ซื้อเลือกทรัพย์สินที่ต้องการได้ และมีความยืดหยุ่นในการไม่รับภาระหนี้สินบางรายการ อาจมีภาษีเพิ่มเติม และต้องดำเนินการโอนทรัพย์สินแต่ละประเภท

การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการซื้อกิจการ ลักษณะธุรกิจ สถานะทางภาษี และความเสี่ยงทางกฎหมายของแต่ละบริษัท

8. สรุป

การโอนกิจการทั้งหมด (EBT) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้บริษัทสามารถปรับโครงสร้างองค์กร ซื้อกิจการ หรือรวมธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการรวมการดำเนินธุรกิจและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม ข้อดีด้านภาษีไม่ควรเป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ เพราะการทำ EBT มีรายละเอียดทางกฎหมายหลายด้านที่ต้องพิจารณา ทั้งการอนุมัติจากบริษัท ความยินยอมของคู่สัญญา สิทธิของพนักงาน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ข้อจำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติ และขั้นตอนการเลิกบริษัทผู้โอน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนดำเนินการว่า ธุรกรรมเข้าเงื่อนไขการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจริง เพราะหากดำเนินการไม่ครบตามข้อกำหนด อาจทำให้เกิดภาระภาษีเพิ่มเติมที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้

ธุรกิจที่กำลังพิจารณาทำ EBT จึงควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายบริษัทและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตั้งแต่เริ่มวางแผน เพื่อให้การโอนกิจการถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างเหมาะสม และได้รับประโยชน์ทางภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ

บริการของเรา

บทความอื่นๆ

RELATED INSIGHTS

การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: เหตุใดจึงมีความสำคัญต่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้รับอนุญาต

การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในประเทศไทย: เ

Read More
Scroll to Top
LEGAL CONCEPT

If you’d like to contact us by email, please fill out the form below and we’ll get back to you within 24 hours.