กรกฎาคม 29, 2025

ภาพรวมของการจ้างงานแบบทดลองงานภายใต้กฎหมายไทย

ภาพรวมของการจ้างงานช่วงทดลองงานภายใต้กฎหมายไทย

การจ้างงานช่วงทดลองงานเป็นแนวทางปฏิบัติทั่วไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานช่วงทดลองงาน ได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (1998) และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การจ้างงานช่วงทดลองงานหมายถึงการจ้างงานที่นายจ้างตกลงว่าจ้างลูกจ้างให้เข้าทำงาน และประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างในระหว่างช่วงทดลองงาน หากผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างเป็นไปตามมาตรฐานของนายจ้าง นายจ้างก็จะจ้างลูกจ้างต่อไป ในทางกลับกัน นายจ้างอาจเลิกสัญญาจ้างได้ หากผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เป็นไปตามความคาดหวังของนายจ้าง

1. เงื่อนไขและระยะเวลาทดลองงาน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานของไทยไม่ได้กำหนดลักษณะของการจ้างงานช่วงทดลองงานไว้อย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้น นายจ้างและลูกจ้างจึงสามารถเจรจาและตกลงเงื่อนไขการจ้างงานในช่วงทดลองงานได้อย่างเสรี เช่น ระยะเวลา เบี้ยเลี้ยง สวัสดิการ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น สวัสดิการบางประเภท เช่น ค่าเช่าบ้านและการตรวจสุขภาพ อาจกำหนดให้เฉพาะลูกจ้างที่ผ่านช่วงทดลองงานแล้วเท่านั้น โปรดทราบว่า แม้คู่สัญญาจะสามารถตกลงระยะเวลาทดลองงานได้อย่างเสรี แต่ระยะเวลาดังกล่าวไม่ควรยาวเกินสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิน 120 วัน เนื่องจากโดยปกติไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลายาวนานเช่นนั้นในการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง นอกจากนี้ ระยะเวลาทดลองงานที่ยาวเกินสมควรอาจถูกศาลมองว่าเป็นเจตนาไม่สุจริตของนายจ้าง หากเกิดข้อพิพาทและนายจ้างต้องนำคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล

2. การประเมินผล

โดยทั่วไป การผ่านช่วงทดลองงานจะขึ้นอยู่กับการประเมินผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างโดยนายจ้าง หลังจากครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ นายจ้างควรมีแบบฟอร์มประเมินผลมาตรฐานเพื่อใช้ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง เกณฑ์ในการประเมินควรรวมถึงทักษะ ความรับผิดชอบ ปริมาณ/คุณภาพของงาน ระดับความเอาใจใส่ ความสามารถในการทำงานเป็นทีม เป็นต้น การมีระบบประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานสามารถเป็นหลักฐานที่ดีว่า นายจ้างมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง และไม่ได้ตัดสินใจโดยสุ่ม หรืออาศัยความชอบส่วนตัวหรืออคติ

3. ความคุ้มครองตามกฎหมาย

ลูกจ้างที่อยู่ในช่วงทดลองงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป รวมถึงสิทธิลาป่วย ค่าล่วงเวลา และวันหยุดพักผ่อนประจำปี อย่างไรก็ตาม นายจ้างอาจกำหนดให้ลูกจ้างช่วงทดลองงานได้รับสวัสดิการ/สิ่งจูงใจบางอย่างน้อยกว่าลูกจ้างที่ผ่านช่วงทดลองงานแล้ว เช่น ค่าคอมมิชชันจากการขาย ค่าเดินทาง หรือค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากสวัสดิการเหล่านี้เป็นสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทและสัญญาจ้างงานระหว่างคู่สัญญา

4. การบอกกล่าวล่วงหน้า

แม้ว่าการจ้างงานจะอยู่ในช่วงทดลองงาน นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าในการเลิกจ้างลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การบอกกล่าวล่วงหน้าจะต้องแจ้งแก่ลูกจ้างในรอบการจ่ายค่าจ้างปัจจุบัน เพื่อให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างถัดไป หรือภายหลังจากนั้น หากข้อตกลงกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้าในกรณีที่ลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรง เช่น ขาดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป กระทำความผิดอาญาต่อนายจ้าง หรือกระทำความผิดอื่นตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

นายจ้างอาจกำหนดให้การเลิกสัญญามีผลเร็วกว่าระยะเวลาที่กล่าวมาข้างต้นได้ โดยต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งมีจำนวนเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างจะได้รับหากทำงานจนถึงวันจ่ายค่าจ้างถัดไป

5. ค่าชดเชย

กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง หากนายจ้างเลิกสัญญาจ้างโดยไม่มีเหตุอันเป็นความผิดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ไม่ว่าลูกจ้างจะอยู่ในช่วงทดลองงานหรือไม่ก็ตาม หากลูกจ้างทำงานให้แก่นายจ้างครบ 120 วันขึ้นไป ค่าชดเชยจะอยู่ในอัตราเท่ากับค่าจ้าง 30 วัน

6. ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ภายใต้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ศาลมีดุลพินิจที่จะกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้างได้ หากศาลเห็นว่าการเลิกสัญญาจ้างเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายไม่ได้กำหนดคำว่า “ไม่เป็นธรรม” ไว้อย่างเฉพาะเจาะจง อย่างไรก็ตาม ตามแนวคำพิพากษา “ไม่เป็นธรรม” หมายถึงการเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่ได้มีความผิด

ในระหว่างช่วงทดลองงาน หากผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่นายจ้างกำหนด นายจ้างควรสามารถเลิกสัญญาจ้างได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อย่างไรก็ตาม นายจ้างต้องสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า มีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน และได้มีการประเมินผลกับลูกจ้างแล้ว ทั้งนี้ เพื่อแสดงต่อศาลว่าผลการปฏิบัติงานของลูกจ้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนั้น การเลิกสัญญาจ้างจึงเป็นธรรม

7. ข้อแนะนำ

นายจ้างสามารถกำหนดระยะเวลาทดลองงานได้อย่างเสรีตามที่เห็นสมควร อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่านายจ้างจะไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หรือจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จ่ายค่าชดเชย และ/หรือจ่ายค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ดังนั้น นายจ้างควรวางแผนล่วงหน้า หากเห็นว่าลูกจ้างรายใดที่อยู่ในช่วงทดลองงานไม่เหมาะสมกับองค์กร เนื่องจากมีกำหนดเวลาตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เพื่อลดภาระทางการเงินให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น การเลิกสัญญาก่อนที่การจ้างงานจะครบเดือนที่ 4 จะไม่ก่อให้เกิดความรับผิดในการจ่ายค่าชดเชย ขณะที่การบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนดก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ

 

บริการของเรา

บทความอื่นๆ

RELATED INSIGHTS

Scroll to Top
LEGAL CONCEPT

If you’d like to contact us by email, please fill out the form below and we’ll get back to you within 24 hours.